เชลซี ของ ‘แลมพาร์ด’ ยังพอมีความหวัง

เชลซี

เชลซี นี่ถือเป็นความพ่ายแพ้ในลีกสูงสุดต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดของ เชลซี นับตั้งแต่ปี 1965 โดยที่ตอนนั้น “สิงโตน้ำเงินคราม” ก็พ่ายด้วยสกอร์ 0-4 เหมือนกัน ซึ่งมันก็ทำให้แฟนบอล เชลซี บางส่วนกังวลว่า แลมพาร์ด จะไปไม่รอดกับงานนี้

เชลซี นอกจากนี้ แลมพาร์ด ยังเป็นกุนซือเชลซีคนแรกรอบ 41 ปีที่ปีะเดิมคุมสนามเกมแรกแล้วพ่ายแพ้ย่อยยับที่สุดนับตั้งแต่ แดนนี่ บลันช์ฟลาวเวอร์ นำทีมแพ้ มิดเดิลสโบรช์ 2-7 เมื่อเดือนธันวาคม 1978

อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้วรูปเกมของ เชลซี ไม่ได้แย่เหมือนกับสกอร์ที่ออกมาเลย ในช่วงครึ่งแรกพวกเขามีโอกาสทำประตูสวยๆ หลายครั้ง แถมยังยิงชนเสาชนคานอีกหลายหน ซึ่งถ้าลูกยิงเหล่านั้นเป็นประตู การเปิดตัวของ แลมพาร์ด อาจจะเป็นฝันดีมากกว่าฝันร้ายก็ได้

หนึ่งในสิ่งที่สื่อได้ดีในระดับหนึ่งว่าทีมของ แลมพาร์ด ไม่ได้เป็นรองทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตนักเตะจากยุคเดียวกันมากนักคือสถิติอย่างเป็นทางการจาก พรีเมียร์ลีก โดยผลงานของ เชลซี เหนือกว่า “ปีศาจแดง” แทบทุกด้าน

อย่างการครองบอลนั้น เชลซี ทำได้ที่ 53.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบอลเพียง 46.2 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนจำนวนครั้งการยิง เชลซี มีโอกาสส่องไป 18 ครั้ง และเป็นการยิงตรงกรอบ 7 หน ขณะที่เจ้าถิ่นมีจังหวะลุ้นทำประตู 11 ครั้ง และยิงตรงกรอบ 5 ครั้ง สิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวที่ เชลซี เป็นรอง คือความเฉียบคมในการจบสกอร์เท่านั้น

ตารางเทียบสถิติอย่างเป็นทางการจาก พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ยูไนเต็ด เชลซี
46.2 เปอร์เซ็นต์ครองบอล  53.8
11 จำนวนครั้งการยิง 18
5 จำนวนครั้งที่ยิงตรงกรอบ 7
647 จำนวนครั้งการจับบอล 732
449 จำนวนครั้งการจ่ายบอล 523
16 จำนวนครั้งที่เข้าสกัดสำเร็จ 20
19 จำนวนครั้งการเคลียร์บอล 11
3 จำนวนครั้งที่ได้ลูกเตะมุม 5
2 จำนวนครั้งที่ล้ำหน้า 0